แชร์

เคล็ดลับการลดความมันบนใบหน้าอย่างได้ผล

อัพเดทล่าสุด: 15 ม.ค. 2026
1581 ผู้เข้าชม

เคล็ดลับการลดความมันบนใบหน้าอย่างได้ผล ดูแลผิวให้สดใสตลอดวัน

ผิวมันเป็นหนึ่งในปัญหาผิวที่หลายคนต้องเผชิญ โดยเฉพาะในสภาพอากาศร้อนชื้นอย่างประเทศไทย ที่ทำให้ผิวหน้าดูมันเยิ้มง่าย แต่งหน้าไม่ติด และมีโอกาสเกิดสิวอุดตันได้บ่อยกว่าปกติการลดความมันบนใบหน้าไม่ใช่แค่เพื่อความสวยงามเท่านั้น แต่ยังช่วยให้ผิวแข็งแรง สมดุล และลดปัญหาผิวในระยะยาวได้อีกด้วย มาดูเคล็ดลับดูแลผิวมันแบบเข้าใจผิวจริง ๆ ที่สามารถนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้

1. ล้างหน้าอย่างถูกวิธี ลดมันโดยไม่ทำร้ายผิว

  • การล้างหน้าเป็นขั้นตอนพื้นฐานที่สำคัญที่สุด ควรล้างหน้า วันละ 2 ครั้ง เช้าและเย็น เพื่อขจัดความมัน สิ่งสกปรก และคราบเครื่องสำอาง
  • เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่ อ่อนโยน ไม่มีน้ำมัน และมีค่า pH ใกล้เคียงผิว จะช่วยรักษาสมดุลของผิว ไม่ทำให้ผิวแห้งตึงจนกระตุ้นให้ผลิตน้ำมันเพิ่ม
ตัวอย่าง: คนที่ใช้โฟมล้างหน้าที่แรงเกินไป มักรู้สึกว่าผิวแห้งหลังล้าง แต่ผ่านไปไม่กี่ชั่วโมงกลับมันกว่าเดิม เพราะผิวพยายามผลิตน้ำมันมาทดแทนความชุ่มชื้นที่สูญเสียไป

 

2. เลือกใช้โทนเนอร์ที่ช่วยปรับสมดุลผิว

  • โทนเนอร์ช่วยทำความสะอาดผิวในขั้นตอนสุดท้ายหลังล้างหน้า และเตรียมผิวให้พร้อมรับการบำรุง
  • สำหรับผิวมัน ควรเลือกโทนเนอร์ที่ ไม่มีแอลกอฮอล์ และมีคุณสมบัติช่วยควบคุมความมันหรือกระชับรูขุมขน เพื่อให้ผิวสดชื่นโดยไม่ระคายเคือง

ตัวอย่าง: โทนเนอร์สูตรอ่อนโยนจะช่วยให้ผิวดูสะอาดขึ้นโดยไม่แสบ ไม่แห้งลอก และลดความมันบริเวณทีโซนได้อย่างเป็นธรรมชาติ

3. ผิวมันก็ต้องการมอยส์เจอไรเซอร์

  • หลายคนเข้าใจผิดว่าผิวมันไม่จำเป็นต้องทามอยส์เจอไรเซอร์ แต่ความจริงแล้ว ผิวที่ขาดน้ำจะผลิตน้ำมันมากขึ้น
  • เลือกมอยส์เจอไรเซอร์เนื้อบางเบา สูตรน้ำ หรือเจล ที่ซึมเร็ว ไม่อุดตันรูขุมขน จะช่วยให้ผิวชุ่มชื้นและสมดุลมากขึ้น

ตัวอย่าง: หลังเริ่มใช้มอยส์เจอไรเซอร์สูตรเจล หลายคนพบว่าผิวมันช้าลง แต่งหน้าติดทนขึ้น และสิวอุดตันลดลงอย่างเห็นได้ชัด

4. ใช้กระดาษซับมันอย่างพอดี

  • กระดาษซับมันช่วยลดความมันระหว่างวันได้อย่างรวดเร็ว แต่ไม่ควรใช้บ่อยหรือกดแรงเกินไป
  • เพียงซับเบา ๆ บริเวณที่มัน เช่น หน้าผาก จมูก และคาง ก็เพียงพอแล้ว

ตัวอย่าง: การซับแรงหรือบ่อยเกินไปอาจกระตุ้นต่อมไขมัน ทำให้หน้ามันเร็วขึ้นกว่าเดิม

5. อาหารมีผลต่อความมันบนผิว

  • การเลือกรับประทานอาหารส่งผลต่อผิวโดยตรง ควรหลีกเลี่ยงอาหารทอด อาหารมัน และน้ำตาลสูง
  • หันมาเลือกอาหารที่มีไขมันดี ผักผลไม้ และดื่มน้ำให้เพียงพอ จะช่วยให้ผิวดูสมดุลและแข็งแรงขึ้น

ตัวอย่าง: คนที่ลดของทอดและน้ำหวาน มักสังเกตว่าผิวหน้ามันน้อยลง และสิวอักเสบลดลงภายในไม่กี่สัปดาห์

6. สครับผิวอย่างสม่ำเสมอ แต่ต้องเบามือ

  • การสครับผิวสัปดาห์ละ 1–2 ครั้ง ช่วยขจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้ว ลดการอุดตันของรูขุมขน
  • ควรเลือกสครับเนื้อละเอียดและขัดเบา ๆ เพื่อไม่ให้ผิวระคายเคือง

ตัวอย่าง: การสครับแรงเกินไปอาจทำให้ผิวบาง แดง และกระตุ้นให้ผิวผลิตน้ำมันมากขึ้นแทน

7. คุมความมันด้วยแป้งหรือไพรเมอร์

  • สำหรับคนที่แต่งหน้า การใช้ไพรเมอร์หรือแป้งฝุ่นสูตรควบคุมความมัน จะช่วยให้ผิวดูแมตต์ขึ้น และทำให้เครื่องสำอางติดทนนานยิ่งขึ้น
  • เลือกผลิตภัณฑ์ที่ไม่อุดตันผิว และเหมาะกับสภาพผิวของตัวเอง

การลดความมันบนใบหน้าไม่จำเป็นต้องใช้วิธีที่ยุ่งยาก แค่เริ่มจากการดูแลผิวอย่างเข้าใจ เลือกผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสม และปรับพฤติกรรมเล็ก ๆ น้อย ๆ ในชีวิตประจำวัน

เมื่อผิวได้รับการดูแลอย่างถูกวิธี ความมันจะลดลง ผิวดูสดใสขึ้น และปัญหาสิวก็จะตามมาน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด

Beauty

 


บทความที่เกี่ยวข้อง
Beauty
การมีเล็บที่แข็งแรงและสุขภาพดีเป็นอีกสิ่งที่บ่งบอกถึงความเอาใจใส่ต่อสุขภาพของเรา หลายคนอาจเจอปัญหาเล็บแตก หักง่าย หรือมีร่องลึก ซึ่งทั้งหมดนี้สามารถเกิดจากการขาดสารอาหารบางชนิดได้
10 พ.ย. 2024
Beauty
ใครๆ ก็อยากมีผมหนาสวย สุขภาพดี แต่ว่าผมบางนั้นอาจเกิดได้จากหลายสาเหตุ ไม่ว่าจะเป็นกรรมพันธุ์ การขาดสารอาหาร ความเครียด หรือแม้กระทั่งการใช้สารเคมีต่างๆ กับผม
10 พ.ย. 2024
Beauty
หลังจากที่ออกไปเผชิญแดดจ้า ไม่ว่าจะเป็นการไปทะเล เดินเล่นกลางแจ้ง หรือทำกิจกรรมกลางแจ้งใด ๆ ผิวเราต้องการการดูแลเป็นพิเศษเพื่อฟื้นฟูความชุ่มชื้นและลดผลกระทบจากการทำร้ายของแสงแดด
10 พ.ย. 2024
icon-messenger
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว
เปรียบเทียบสินค้า
0/4
ลบทั้งหมด
เปรียบเทียบ
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy